ค่าสายตาเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยบอกว่าดวงตาของเรามองเห็นได้ชัดเจนเพียงใด และจำเป็นต่อการเลือกแว่นสายตาหรือคอนแทคเลนส์ให้เหมาะสม หลายคนเคยได้รับใบตรวจแต่ยังไม่เข้าใจว่าตัวเลขอย่าง SPH, CYL, Axis หรือ Add หมายถึงอะไร รวมถึงไม่แน่ใจว่าค่าสายตาที่เห็นเป็นสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียงอย่างไร
บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจตั้งแต่ความหมายของค่าสายตา วิธีการวัดและอ่านใบตรวจ ไปจนถึงความแตกต่างระหว่างค่าสายตา สำหรับแว่นตาและคอนแทคเลนส์ เพื่อให้สามารถเลือกอุปกรณ์ช่วยการมองเห็นได้อย่างเหมาะสม
Key Takeaways
- ค่าสายตาคือค่าที่ใช้บ่งบอกกำลังเลนส์สำหรับแก้ไขปัญหาการมองเห็น เช่น สายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียง
- การอ่านใบค่าสายตาควรเข้าใจค่าหลัก ได้แก่ SPH, CYL, Axis, Add และ Prism เพื่อเลือกเลนส์ได้เหมาะสม
- วัดสายตาและตรวจสายตา อย่างละเอียดช่วยให้ได้ค่าที่แม่นยำกว่าการประเมินด้วยตัวเอง
- ค่าสายตา ของแว่นตาและคอนแทคเลนส์อาจแตกต่างกัน จึงไม่ควรใช้แทนกันโดยตรง
- ควรตรวจค่าสายตา เป็นประจำ โดยเฉพาะเมื่อเริ่มมองเห็นไม่ชัดหรือมีอาการปวดตา
สารบัญบทความ
ค่าสายตาคืออะไร?
ขั้นตอนการวัดค่าสายตา
ใบค่าสายตา ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง?
วิธีการอ่านใบค่าสายตา เข้าใจตัวเลขได้ง่าย เลือกเลนส์ได้เหมาะกับการมองเห็น
ค่าสายตาตัดแว่นกับคอนแทคเลนส์ ต่างกันอย่างไร?
ตรวจวัดค่าสายตา กับหอแว่น Better Vision เพื่อการมองเห็นที่เหมาะกับคุณ
คำถามที่พบได้บ่อย (FAQs)
ค่าสายตา ที่แม่นยำ เริ่มต้นจากการตรวจอย่างละเอียดกับหอแว่น Better Vision
ค่าสายตาคืออะไร?

ค่าสายตาคือค่าที่ใช้บ่งบอกกำลังเลนส์ที่เหมาะสมสำหรับแก้ไขปัญหาการมองเห็น ไม่ว่าจะเป็นค่าสายตาสั้น ค่าสายตายาว หรือสายตาเอียง โดยค่าดังกล่าวได้มาจากการวัดสายตาและตรวจสายตาด้วยเครื่องมือเฉพาะร่วมกับการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ
หลายคนเข้าใจว่า ค่าสายตา เป็นเพียงตัวเลขสำหรับตัดแว่น แต่ในความเป็นจริง ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนลักษณะการหักเหของแสงภายในดวงตา ซึ่งส่งผลต่อความคมชัดของการมองเห็นในระยะต่าง ๆ หากได้รับการตรวจอย่างถูกต้อง จะช่วยเลือกแว่นหรือคอนแทคเลนส์ที่เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้มากขึ้น
ในทางปฏิบัติ ค่าสายตา มักแสดงอยู่บนใบตรวจสายตา (Eye Prescription) และใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงสำหรับการสั่งผลิตเลนส์สายตาแต่ละบุคคล นอกจากนี้ ยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามอายุ พฤติกรรมการใช้สายตา รวมถึงสุขภาพดวงตา จึงควรเข้ารับการตรวจสายตาเป็นระยะ เพื่อให้ได้ค่าที่สอดคล้องกับการมองเห็นในปัจจุบัน
Diopter คืออะไร
Diopter (D) หรือ "ไดออปเตอร์" คือหน่วยที่ใช้วัดกำลังของเลนส์ และเป็นหน่วยมาตรฐานที่ใช้ระบุค่าสายตาบนใบตรวจสายตา ยิ่งตัวเลขมีค่ามาก กำลังเลนส์ก็จะยิ่งมากตาม
โดยทั่วไปสามารถแบ่งได้ดังนี้
- ค่า (-) หมายถึง ค่าสายตาสั้น
- ค่า (+) หมายถึง ค่าสายตายาว
- ค่า 0.00 หมายถึงไม่มีความผิดปกติของกำลังเลนส์ในส่วนนั้น
ตัวอย่างเช่น
- ค่าสายตา -1.25 หมายถึงมีภาวะสายตาสั้น 1.25 ไดออปเตอร์
- ค่าสายตา +2.00 หมายถึงมีภาวะสายตายาว 2.00 ไดออปเตอร์
ขั้นตอนการวัดค่าสายตา
การวัดค่าสายตา ที่แม่นยำไม่ได้อาศัยเพียงเครื่องตรวจอัตโนมัติ แต่เป็นกระบวนการที่ใช้ทั้งเครื่องมือและการประเมินร่วมกัน เพื่อให้ได้ค่าสายตาที่เหมาะกับการมองเห็นจริงของแต่ละบุคคล โดยเฉพาะผู้ที่มีสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง
โดยทั่วไป ขั้นตอนการวัดสายตา มีดังนี้
- ตรวจสอบประวัติการมองเห็น อาการผิดปกติ และพฤติกรรมการใช้สายตา
- ตรวจวัดกำลังสายตาเบื้องต้นด้วยเครื่อง Auto Refractometer
- ทดสอบสายตาด้วยชุดเลนส์เพื่อหาค่าสายตาที่ให้การมองเห็นดีที่สุด
- ตรวจประเมินสายตาเอียง พร้อมทดสอบสายตาเอียงหากพบความผิดปกติ
- ตรวจความสมดุลของการมองเห็นระหว่างตาซ้ายและตาขวา
- ประเมินการมองเห็นระยะไกลและระยะใกล้
- สรุปผลเป็นใบค่าสายตาสำหรับตัดแว่นหรือพิจารณาคอนแทคเลนส์
การตรวจอย่างละเอียดช่วยให้ทราบทั้งค่าสายตาสั้น ค่าสายตายาวและสายตาเอียงได้ในครั้งเดียว อีกทั้งยังลดโอกาสเกิดอาการปวดตา เวียนศีรษะ หรือมองเห็นไม่คมชัดหลังเปลี่ยนแว่นใหม่
การตรวจโดยนักทัศนมาตร คืออีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การประเมินค่าสายตา มีความละเอียดและเหมาะกับลักษณะการใช้งานของแต่ละบุคคล
ใบค่าสายตา ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง?
หลังจากตรวจวัดสายตาแล้ว ผู้รับการตรวจจะได้รับใบค่าสายตา หรือ Eye Prescription ซึ่งประกอบด้วยตัวอักษรและตัวเลขหลายรายการ หลายคนอาจมองว่าเข้าใจยาก แต่หากรู้ความหมายของแต่ละค่า ก็จะสามารถอ่านใบค่าสายตาได้ง่ายขึ้น และเข้าใจว่าทำไมเลนส์ของแต่ละคนจึงแตกต่างกัน
โดยทั่วไป ใบค่าสายตาจะประกอบด้วยข้อมูลต่อไปนี้
RE/LE หรือ OD/OS
RE (Right Eye) หรือ OD (Oculus Dexter) หมายถึง ตาขวา
LE (Left Eye) หรือ OS (Oculus Sinister) หมายถึง ตาซ้าย
แม้ว่าตัวย่อจะต่างกัน แต่ใช้แทนตำแหน่งของดวงตาเหมือนกัน ขึ้นอยู่กับรูปแบบของใบค่าสายตาในแต่ละสถานพยาบาลหรือร้านแว่น
Sphere (SPH)
SPH คือค่าหลักของค่าสายตาใช้บ่งบอกกำลังเลนส์สำหรับแก้ไขสายตาสั้นหรือสายตายาว
การอ่านค่า SPH มีหลักง่าย ๆ คือ
- ค่า (-) คือ ค่าสายตาสั้น
- ค่า (+) คือ ค่าสายตายาว
- ค่า 0.00 หมายถึงไม่มีความผิดปกติของกำลังเลนส์ในส่วนนี้
ตัวอย่าง
- ค่าสายตา -1.25 หมายถึงสายตาสั้น 1.25 ไดออปเตอร์
- +2.00 หมายถึงสายตายาว 2.00 ไดออปเตอร์
หลายคนจึงมักค้นหาว่าสายตาสั้นบวกหรือลบ หรือสายตายาวบวกหรือลบ ซึ่งสามารถสังเกตได้จากค่า SPH นี้เอง
Cylinder (CYL)
CYL คือค่าที่ใช้ระบุระดับของสายตาเอียง หากไม่มีสายตาเอียง ช่องนี้อาจเว้นว่าง หรือแสดงค่า 0.00
ในผู้ที่มีสายตาเอียง ค่า CYL จะทำงานร่วมกับค่า Axis เพื่อช่วยให้เลนส์สามารถแก้ไขการมองเห็นได้อย่างถูกต้อง ทั้งนี้หากต้องการทราบว่ามีสายตาเอียงหรือไม่ ควรเข้ารับทดสอบสายตาเอียงพร้อมการตรวจโดยละเอียด
Axis
Axis คือองศาของแนวสายตาเอียง มีค่าตั้งแต่ 1-180 องศา โดยค่า Axis ไม่มีความหมายหากไม่มีค่า CYL เพราะเป็นค่าที่ใช้กำหนดทิศทางของสายตาเอียงเท่านั้น
ตัวอย่าง
CYL = -1.00
Axis = 90°
หมายถึงมีสายตาเอียงระดับ 1.00 ไดออปเตอร์ ในแนว 90 องศา
Add
Add คือกำลังเลนส์เพิ่มเติมสำหรับการมองระยะใกล้ มักพบในผู้ที่เริ่มมีภาวะสายตายาวตามวัย (Presbyopia) ซึ่งส่วนใหญ่เกิดหลังอายุประมาณ 40 ปี
ตัวอย่าง
Add +1.50
หมายถึงต้องใช้กำลังเลนส์เพิ่มอีก 1.50 ไดออปเตอร์สำหรับการอ่านหนังสือหรือทำงานระยะใกล้ ผู้ที่มีค่า Add อาจได้รับคำแนะนำให้ใช้เลนส์หลายระยะตามความเหมาะสมของการใช้งาน
หากเริ่มมีปัญหาการมองใกล้ การตัดสินใจเลือกเลนส์โปรเกรสซีฟ ยี่ห้อไหนดี ควรอ้างอิงจากผลค่าสายตา และลักษณะการใช้งานจริง เพื่อให้การมองเห็นในทุกระยะมีความต่อเนื่อง
Prism
Prism คือค่าที่ใช้แก้ไขการมองเห็นที่เกิดจากการทำงานของกล้ามเนื้อตาทั้งสองข้างไม่สมดุล ซึ่งค่า Prism จะไม่ได้พบในใบค่าสายตาของทุกคน แต่จะระบุเฉพาะกรณีที่มีข้อบ่งชี้ เช่น
- มองเห็นภาพซ้อน
- ตาเข
- การประสานงานของดวงตาผิดปกติ
การกำหนดค่า Prism จำเป็นต้องอาศัยการตรวจอย่างละเอียด เพื่อให้เลนส์สามารถช่วยลดอาการดังกล่าวได้อย่างเหมาะสม
เมื่อเข้าใจองค์ประกอบของใบค่าสายตา ไม่ว่าจะเป็น RE/LE, SPH, CYL, Axis, Add และ Prism ก็จะช่วยให้อ่านและเข้าใจค่าสายตาของตัวเองได้ง่ายขึ้น รวมถึงช่วยประกอบการตัดสินใจเมื่อต้องเลือกตัดแว่นสายตาราคาที่เหมาะสมกับงบประมาณและรูปแบบการใช้งาน ควบคู่กับประเภทเลนส์และงบประมาณก่อนตัดสินใจ
วิธีการอ่านใบค่าสายตา เข้าใจตัวเลขได้ง่าย เลือกเลนส์ได้เหมาะกับการมองเห็น

การอ่านใบค่าสายตาไม่ใช่เรื่องยาก หากเข้าใจความหมายของแต่ละช่องบนใบตรวจ โดยค่าต่าง ๆ จะช่วยบอกลักษณะการมองเห็นและกำลังเลนส์ที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล ไม่ว่าจะเป็น ค่าสายตาสั้น ค่าสายตายาว สายตาเอียง หรือการมองเห็นระยะใกล้ การทำความเข้าใจข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ วิธีอ่านค่าสายตา เป็นเรื่องง่ายขึ้น และสามารถตรวจสอบความถูกต้องของใบตรวจได้เบื้องต้น
|
SPH |
CYL |
Axis |
Prism |
Add |
|
|
RE (OD) |
-2.25 |
-0.75 |
175 |
0.25 |
+1.25 |
|
LE (OS) |
-2.50 |
— |
— |
0.25 |
+1.25 |
เริ่มจากช่องตาขวา (RE/OD) ค่า SPH -2.25 ไดออปเตอร์ หมายถึงมีภาวะสายตาสั้น ร่วมกับค่า CYL -0.75 ที่บ่งบอกถึงสายตาเอียง โดยแนวเอียงอยู่ที่แกน 175 องศา ส่วนค่า Prism 0.25 ช่วยแก้ไขปัญหาการมองเห็นภาพซ้อน และค่า Add +1.25 คือกำลังเลนส์เพิ่มเติมสำหรับการมองใกล้
ในส่วนของช่องตาซ้าย (LE/OS) ค่า SPH -2.50 ไดออปเตอร์ สำหรับภาวะสายตาสั้น ไม่มีค่าสายตาเอียงร่วมด้วย จึงไม่มีตัวเลขในช่อง CYL และ Axis ทั้งนี้ยังมีค่า Prism 0.25 และค่า Add +1.25 เช่นเดียวกับตาขวา จึงจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาภาพซ้อนและใช้เลนส์เสริมระยะใกล้สำหรับผู้ที่มีสายตายาวตามวัยด้วยเช่นกัน
หากเริ่มรู้สึกว่ามองไกลไม่ชัด อ่านหนังสือแล้วต้องยืดแขน หรือสงสัยว่าเป็น สายตายาว ควรเข้ารับการตรวจสายตาเพื่อประเมินค่าสายตาใหม่ก่อนเลือกเลนส์ทุกครั้ง
ค่าสายตาตัดแว่นกับคอนแทคเลนส์ ต่างกันอย่างไร?
หลายคนเข้าใจว่าใบค่าสายตาสำหรับแว่นตาและคอนแทคเลนส์สามารถใช้แทนกันได้ แต่ในความเป็นจริง ทั้งสองมีวิธีคำนวณกำลังเลนส์ที่แตกต่างกัน เนื่องจากตำแหน่งของเลนส์อยู่ห่างจากดวงตาไม่เท่ากัน
แว่นตาจะอยู่ห่างจากกระจกตาประมาณ 10-14 มิลลิเมตร ขณะที่คอนแทคเลนส์แนบอยู่บนผิวกระจกตาโดยตรง จึงทำให้ผู้ที่มีค่าสายตาสูง โดยเฉพาะตั้งแต่ประมาณ ±4.00 ไดออปเตอร์ขึ้นไป อาจต้องปรับกำลังเลนส์เมื่อเปลี่ยนจากแว่นเป็นคอนแทคเลนส์
ตัวอย่างเช่น ผู้ที่มีค่าสายตาสั้น -6.00 สำหรับแว่น อาจไม่ได้ใช้คอนแทคเลนส์กำลัง -6.00 เสมอไป เพราะต้องคำนวณค่า Vertex Distance เพื่อให้การมองเห็นใกล้เคียงกับการใส่แว่น
นอกจากนี้ ผู้ที่มีสายตาเอียงยังจำเป็นต้องใช้คอนแทคเลนส์ชนิด Toric ซึ่งต้องอ้างอิงทั้งค่า CYL และ Axis บนใบค่าสายตาจึงไม่ควรเลือกซื้อจากตัวเลข SPH เพียงอย่างเดียว
อีกคำถามที่พบได้บ่อยคือ วิธีดูค่าสายตาคอนแทคเลนส์ แตกต่างจากใบแว่นหรือไม่ คำตอบคือ กล่องคอนแทคเลนส์มักแสดงค่าเพิ่มเติม เช่น
- PWR หรือ Power
- BC (Base Curve)
- DIA (Diameter)
ซึ่งเป็นข้อมูลเฉพาะของคอนแทคเลนส์และไม่ปรากฏในใบตัดแว่นทั่วไป
ผู้ที่ต้องการสลับใช้งานระหว่างแว่นและคอนแทคเลนส์ จึงควรได้รับการตรวจและประเมินแยกทั้งสองประเภท เพื่อให้ได้การมองเห็นที่เหมาะสมและสวมใส่ได้อย่างสบายตา
หากกำลังเปรียบเทียบว่าจะตัดแว่นที่ไหนดี ควรเลือกสถานที่ที่สามารถตรวจค่าสายตา พร้อมให้คำแนะนำทั้งเลนส์แว่นและคอนแทคเลนส์ตามการใช้งานจริง
ตรวจวัดค่าสายตา กับหอแว่น Better Vision เพื่อการมองเห็นที่เหมาะกับคุณ
การตรวจค่าสายตาที่ละเอียดเป็นจุดเริ่มต้นของการเลือกแว่นที่เหมาะสม เพราะแม้ตัวเลขจะต่างกันเพียงเล็กน้อย ก็อาจส่งผลต่อความสบายตาและคุณภาพการมองเห็นในการใช้งานจริง
หอแว่น Better Vision ให้บริการตรวจวัดสายตาโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเบื้องต้น เพื่อช่วยประเมินการมองเห็นและค้นหาค่าสายตาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล โดยครอบคลุมทั้งผู้ที่มีสายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง และผู้ที่เริ่มมีภาวะสายตายาวตามวัย
ภายในขั้นตอนการตรวจ จะมีการประเมินการมองเห็นในหลายด้าน ทั้งการมองระยะไกล ระยะใกล้ ความสมดุลของดวงตา และการเลือกกำลังเลนส์ที่เหมาะกับลักษณะการใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ ขับรถ หรือใช้สมาร์ทโฟนเป็นเวลานาน
นอกจากนี้ หอแว่น Better Vision ยังมีทีมนักทัศนมาตรที่ผ่านการอบรมหลักสูตรเฉพาะของหอแว่น Better Vision พร้อมให้คำแนะนำในการเลือกเลนส์และกรอบแว่นให้สอดคล้องกับผลการตรวจและไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน
หากยังไม่แน่ใจว่า จะรู้ได้ไงว่าสายตาสั้นหรือยาว หรือควรเปลี่ยนแว่นเมื่อใด สามารถเข้ารับบริการตรวจ ค่าสายตา กับหอแว่น Better Vision ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเบื้องต้น พร้อมรับคำแนะนำที่เหมาะกับการใช้งานของแต่ละบุคคล
คำถามที่พบได้บ่อย (FAQs)
ค่าสายตาปกติเท่าไหร่?
โดยทั่วไป หากไม่มีภาวะสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง ค่า SPH จะอยู่ที่ประมาณ 0.00 Diopter อย่างไรก็ตาม การมองเห็นที่ปกติควรได้รับการประเมินร่วมกับผลตรวจสายตาโดยผู้เชี่ยวชาญ
เมื่ออายุมากขึ้น ค่าสายตา จะสั้นน้อยลงใช่หรือไม่?
ไม่เสมอไป แม้บางคนอาจรู้สึกว่าสายตาสั้นลดลงเมื่ออายุมากขึ้น แต่ส่วนใหญ่มักเกิดจากภาวะสายตายาวตามวัยที่ทำให้การมองเห็นเปลี่ยนไป จึงควรตรวจวัดสายตาใหม่แทนการสรุปจากความรู้สึกเพียงอย่างเดียว
ค่าสายตายาว หักลบกับ ค่าสายตาสั้น ได้หรือไม่?
ไม่ได้ เนื่องจากเป็นความผิดปกติของการหักเหแสงคนละลักษณะ แม้บางคนจะมีสายตาสั้นร่วมกับสายตายาวตามวัย แต่การเลือกเลนส์จะอ้างอิงจากผลค่าสายตาของแต่ละระยะ ไม่ใช่นำค่าทั้งสองมาหักลบกัน
ค่าสายตา ที่แม่นยำ เริ่มต้นจากการตรวจอย่างละเอียดกับหอแว่น Better Vision
ค่าสายตา ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขบนใบตรวจ แต่เป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้เลือกแว่นตาหรือคอนแทคเลนส์ได้เหมาะกับการมองเห็นของแต่ละบุคคล การเข้าใจความหมายของ SPH, CYL, Axis, Add และ Prism รวมถึงการรู้วิธีอ่านค่าสายตา จะช่วยให้สามารถดูแลสุขภาพดวงตาได้อย่างเหมาะสม และลดปัญหาการมองเห็นที่อาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
หอแว่น Better Vision พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ด้านสายตาที่ดูแลคุณในทุกช่วงวัย ด้วยประสบการณ์กว่า 75 ปี และเครือข่ายมากกว่า 100 สาขาทั่วประเทศ ให้บริการโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงทีมนักทัศนมาตรที่ผ่านการอบรมหลักสูตรเฉพาะของหอแว่น Better Vision เพื่อมอบการดูแลที่เหมาะกับลักษณะการมองเห็นของแต่ละบุคคล พร้อมบริการ ตรวจวัดสายตา เบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อช่วยให้คุณได้รับ ค่าสายตา ที่เหมาะสมก่อนเลือกแว่นหรือเลนส์ทุกครั้ง
ช่องทางติดต่อหอแว่น Better Vision
- ติดต่อลูกค้าสัมพันธ์: 081-441-4540
- LINE Official: @bettervisionth
- TikTok
- Youtube